June 26th, 2008 misui

What’s JXTA Technology?
“JXTA” ไม่ได้เป็นคำย่อนะครับแต่เป็นคำเรียกสั้นๆของ Juxtapose แล้ว JXTA คืออะไรหล่ะ ?
JXTA เป็นชุด open source protocols ที่ใช้สำหรับการพัฒนาโปรแกรมแบบ peer-to-peer
โดย รูปแบบมาตฐานแบบ peer ของ JXTA protocols ได้แก่
- Discover each other
- Self-organize into peer groups
- Advertise and discover network resources
- Communicate with each other
- Monitor each other
JXTA protocols ถูกออกแบบไม่ให้ขึ้นกับภาษาโปรแกรมที่ใช้พัฒนา หรือ โปรโตคอลที่ใช้ในการส่งข้อมูล คือ สามารถพัฒนาโดยภาษา Java,C/C++,.NET,Ruby และสามารถพัฒนาบน TCP/IP,HTTP,Bluetooth หรือ โปรโตคอลอื่นๆในชั้น network transports ได
JXTA Architecture

JXTA Core
JXTA core ห่อหุ้มสิ่งที่จำเป็นและเป็นพื้นฐานของระบบ P2P โดยจะประกอบด้วย building blocks สำหรับการเปิดการใช้งาน key mechanisms, discovery,communication transports,the creation of peers and peer groups
Services Layer
Services layer จะประกอบด้วย network service ทีไม่ได้บังคับในการทำงานของระบบ P2P network แต่ว่าเป็น service จำเป็นของระบบ P2P อย่างเช่น service ใช้ในการ searching and indexing , directory , storage systems,file sharing,protocol translation,authentication.
Application Layer
Applications layer จะประกอบด้วยชุดโปรแกรมที่ถูกพัฒนา เช่นระบบ P2P instant messaging ,document and resource sharing etc.
* ห้ามเชื่อตามที่ผมเขียนนะ แปลผิดๆไปเรื่อย ถ้าพบที่ผิดช่วยแนะนำด้วยนะครับ
P.S. คล้ายกับว่าแปลเอง เขียนเอง อ่านเอง เลยแฮะ ฮาฮา
P.S.2

เทียบคนอื่นๆไม่ติดเลยแฮะ ฮาฮา
Posted in project | 3 Comments »
June 18th, 2008 misui
ผ่านพ้นไปกับการพรีเซ็น Java Jive
พอดีได้มีโอกาสไปหา nat3 พอดีแหมว่าจะเลี้ยง ไม่ได้เลี้ยงจนได้อเมริกันแชร์ เยี่ยมๆ!
ได้ของฝาก ติดมือมาอยู่อย่างนึงคือ หนังสือ ครับ!
รางวัลก็ไม่ได้ น่าเศร้าจริงๆ
มาดูเรื่อง will + inf. กับ be + going to + inf. กันดีกว่า
โดยปกติเรื่องอนาคตเราจะใช้ will กันใช่ไหมครับ แล้วมันต่างกันยังไงกับ be + going to + inf. หล่ะ
มาดูตัวอย่างกันดีกว่า
I will win Javajive challenge.
I am going to win Javejive challenge .
ทั้งสองประโยคบอกว่าฉันจะชนะการแข่่งขันนี้ ( จริงๆตกรอบไปแล้ว :’( น่าเศร้า)
แต่ประโยคแรกจะอารมณ์ประมาณว่า
ฉันจะชนะการแข่งนี้ให้ได้ แต่ประโยคหลังจะประมาณ ฉันกำลังจะได้รับชัยชนะในการแข่ง
แหมคนละอารมณ์เลย หรือว่าผมคิดไปเองนี่ !?
P.S. ถือว่าเป็นของที่ละลึกอย่างน้อยก็ได้ไปเยี่ยม Sun MicroSystem หล่ะ ออฟฟิศสวยน่าอยู๋แฮะ ของแถมอีกสามอย่างก็ได้แก่ กระเป๋า,ตุ๊กตาดุ๊ก น่ารักมาก,เสื้อเชิ๊ต
Posted in english | 2 Comments »
June 9th, 2008 misui

หลังจากโดนใช้งานอย่างหนักในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องอำลาจากกัน
…
ที่พูดถึงนี่หมายถึง Mainboard เพื่อนรักนะครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่า Mainboard ตัวนี้ได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
เพราะก็เอาไปเปลี่ยนมาจากที่บ้านหล่ะครับ แต่ดูจากสติ๊กเกอร์รับประกัน นั้นหมดอายุตั้งแต่ปี 2004 ย้ำนะครับหมด รับประกัน 3ปี อายุมันคงราวปี 2001 หล่ะมั้ง จนปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี 2008 แล้ว
อายุยืนยาวใช้ได้เลยนะนี่
เตรียมอุปกรณ์
Mainboard
Geforce MX440
หัวแร้ง ตะกั่ว และที่ดูดตะกั่ว
ปฏิบัติ
อาการเริ่มจากเมื่อเริ่มเปิดเครื่องไฟเข้า Mainboard ปกติพัดลมหมุน แต่ไม่มีอาการตอบรับใดๆ แม้่แต่เสียงเตือนของ BIOS
(แถมนิด อย่าเชื่อกับเสียงเตือนของ BIOS มากนะครับมันต๊องๆ ลองไม่ใส่แรมดูสิเดี๋ยวดังเดี๋ยวไม่ดัง) แ่ต่ไฟไปเลี้ยงอุปกรณ์ทุกตัวครบ รวมทั้ง CPU ทำงานปกติ (สังเกตจาก ความร้อนจาก Heatsink ที่ CPU กับ Chipset) อีกปัญหาคือเรื่อง PSU กับ GPU ตัดทิ้งไปได้เลยครับลองเปลี่ยนแล้ว
เลยสังเกตุจากทาง Physical สังเกตุเห็น Capacitor บวมอยู่สองตัว บริเวณที่ต่อไฟเช้าจาก PSU เข้า M/B

ความจริงเรื่อง Capacitor บวมผมสังเกตเห็นมานานแล้ว แต่ว่ายังใช้ได้อยู่เลยไม่ได้สนใจอะไร
จนมาคราวนี้เปิดไม่ติด เคลีย BIOS แล้วก็ไม่ได้จึงนำเครื่องมาซ่อมที่คณะดู
ได้ทดลองเสียบการ์ดซ่อม มันคือการ์ดตรวจสอบขั้นตอนการทำงานของ M/B ผมก็ลืมชื่อมันแล้วหล่ะครับ ว่าจะหาซื้อไว้สักตัว
โดยตัวการ์ดจะเป็น slot PCI มีหลอด LED และหน้าจอบอกรหัสการทำงานด้วย โดยเมื่อเปิดเสียบการ์ดที่เครื่องแล้วเปิดเครื่อง
ตัวการ์ดจะแสดงผลการทำงานตามลำดับ ถ้ามีปัญหาที่จุดใดตัวการ์ดจะบอกรายละเอียดแล้ว ก็ไปดูที่แมวนวด(Manual) ว่าขั้นตอนการตรวจสอบ ของการ์ดนั้นทำงานยังไง ติดปัญหาส่วนไหนเราจะได้หาจุดที่ต้องการซ่อมได้เลย

ในที่นี่ปัญหาของผมเจอตั้งแต่ขั้นแรกของการตรวจสอบเลย ในคู่มือบอกว่าให้ตรวจสอบการทำงานของ Reset Circuit หรือตรวจดู Reset PIN.
…
ปัญหาอยู่ที่ว่า
…
แล้ว Reset Circuit มันอยู่ตรงไหนของ M/B ฟะ!
เอาหล่ะ ยังไงก็เห็นอยู่โต้งๆ อยู่แล้วว่า C มันบวมอยู่สองตัวเริ่มจากนี่แล้วกัน ก็เลยได้เดินทางเข้าเมืองเพื่อหาซื้อ Capacitor
เริ่มจาดการจดค่าต่างๆของ Capacitor ในที่นี้ผมดูอยู่สองตัวคือ C บริเวณสายไฟหลัก กับ C บริเวณไฟ 12V(ผมก็ไม่รู้ว่ากี่ V นะครับพี่ที่คณะบอกมางั้น) ได้มา 1000uF 6.3V กับ 1500uF 16V

เริ่มไปหาซื้ออะไหล่มาเปลี่ยน โดยที่ไม่รู้ว่าร้่านอิเล็คทรอนิค ในอุบลฯ อยู่ที่ใดในโลก ก็เริ่มถามหาไปเรื่อยๆหล่ะครับ จนเจอจนได้
ร้านสายฟ้า หลังจากข้ามสะพานไปไม่กี่ร้อยเมตร
เอาหล่ะ ถามหาตัวแรกเลย 1500uF … ไม่มีครับพี่น้อง เลยถามหาอีกตัว 1000uF มีแต่ว่าใช้ 16V ผมเลยถามช่างที่นั้นว่าแทนกันได้ไหม ช่างดันบอกว่าไม่ได้ ( ผมได้โทรถามกับพ่อผมภายหลัง พ่อผมบอกว่าได้ ยิ่งดีด้วยซ้ำ เอ๊ะยังไง ?) จึงตัดสินใจไม่เอา เดี๋ยวหาตามอุปกรณ์เก่าๆดูก่อนก็ได้
หลังจากตัดสินใจไม่ซื้อแล้วกลับมาที่หอ หา C จากอุปกรณ์เหลือใช้ เจอจนได้ครับ ขนาดเดียวกันเป๊ะ เจอที่ Geforce MX440 จึงทำการถอดออกมา ด้วยความที่ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ ไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่โดยสายเลือดแล้วผมโตมากับพวกนี้นะ เห็นพ่อซ่อมตั้งแต่เด็กๆ เลยซ่อมเป็นอยู่บ้าง ไม่งั้นคงโยน M/B ทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ไม่ติดละ
จึงพยายามเอา Capacitor ใน Geforce ออก แต่ว่า บัดกรีแล้วดูด มันไม่ออกครับพี่น้อง !
เพราะมันเป็น PCB หลาย Layer ตะกั่วมันเลยซึมในรู footprint แน่นไปหมดเอาหล่ะสิ คุมดูดตะกั่วอยู่หลายวันจนเมาตะกั่ว
ในที่สุดก็เอาออกจนได้ เทคนิคคือ เอาตะกั่วไปล่อก่อนรอบแรกแล้วดูดออก แล้วเอาหัวแร้งจี้เข้าที่ขาแล้วเอามือดึงเลย ทนร้อนนิดนึง (ต้องระวังเรื่องความร้อนด้วยนะครับ ร้อนเกินไปอาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้)
สุดท้ายก็ทำการเปลี่ยน Capacitor จนเสร็จ
สรุปก็เปิดมาไม่ติดเหมือนเดิม…. ไรฟะ ทนเหนื่อยมาหลายวัน
จึงเปิดไปเจอเว็บนึงเข้า ดีมากเลยไม่หวงความรู้เหมือนพวกช่้างซ่อม ปริ้นเตอร์แฮะ(อย่างว่าหล่ะครับ ความรู้เป็นเครื่องมือหากินนี่นะ)
ที่นี่ http://www.bbcomleader.com
P.S. ต้องขอบคุณคุณ Bawyut ที่เผยแพร่ความรู้นะครับ ขอให้ลูกค้าเยอะๆนะครับ หนึ่งในนั้นอาจเป็นผมก็ได้ ขอปลุกปล้ำกับ M/B ตัวนี้อีกสักหน่อยก่อน ไม่ไหวจริงๆอาจส่งไปหา
P.S.2 โดนทวงเรื่อง SVN เอาไว้ก่อนแฮะ
P.S.3 เพิ่งเ้ปิดดู Wikipedia เรื่อง Postscript เขียนอย่างนี้หรอกรึ P.S. ใช้ผิดตั้งนาน
Posted in embeded, general | 4 Comments »